วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

  บริการรับฝาก/ขาย/เช่า/ชื้อ/บ้าน/ทาวน์เฮ้า/ที่ดิน/คอนโด/โรงแรม/โรงงาน และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

  เรามีบริการให้คำปรึกษาเรื่องอสังหาฟรี บริหารงานโดยทีมงานระดับมืออาชีพ ใส่ใจทรัพย์ของลูกค้าทุกทรัพย์ที่มาฝากขายไม่เอาทรัพย์ของลูกค้ามาดอง

  เป็นคนกลางในการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ชื้อกับผู้ขาย ดำเนินงานให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้สบายใจทั้งผู้ชื้อและผู้ขาย

  หากท่านคิดอยากจะชื้ออยากจะขายติดต่อเรานะครับ         เราช่วยท่านได้



แบบฟอร์มรับเรื่อง ฝาก-ขาย อสัหาฯ

http://goo.gl/forms/PSJGAkOuko

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

อัพเดตสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559



2
หลังจากมุ่งมั่นผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้ว หากคุณไม่สบายใจกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น  การรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเป็นวิธีการที่น่าสนใจเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านที่ต่ำลง  ซึ่งคุณสามารถขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านกับธนาคารอื่น หรือจะต่อรองขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมก็ได้เพื่อเปลี่ยนแพคเกจสินเชื่อใหม่ให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง  ครั้งนี้ DDproperty รวบรวมสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จากธนาคารต่างๆ ช่วงเดือนเมษายน 2559 มาให้คุณแล้วที่นี่ที่เดียว
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์  เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์  เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมษายน 2559 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
นอกจากอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารที่เราได้รวบรวมมาให้แล้ว การรีไฟแนนซ์นั้นยังมีประโยชน์ดีๆ ต่อผู้กู้อีกหลายอย่างครับ
1. เพิ่ม/ลด วงเงินกู้ การรีไฟแนนซ์นั้นเป็นโอกาสดีที่ผู้กู้จะขอเปลี่ยนแปลงวงเงินกู้ ถ้าหากคุณมีเงินก้อนก็สามารถใช้เวลานี้โป๊ะเพิ่ม ปรับลดวงเงินกู้ไปในตัวได้ หรือถ้าหากต้องการตกแต่ง ซ่อมแซม ต่อเติมบ้าน ก็สามารถขอเพิ่มวงเงินกู้ได้ด้วย โดยสามารถกู้ได้มากกว่ายอดหนี้คงเหลือแต่ไม่เกินราคาประเมินของบ้าน สอบถามเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ได้จากธนาคารที่คุณสนใจครับ
2. เปลี่ยนแปลงงวดผ่อนชำระ หากเกินจำนวนผ่อนชำระต่องวดมากไปก็สามารถปรับลดลงได้ให้เหมาะสมกับภาระค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องของคุณ หรือจะผ่อนเพิ่มขึ้น และลดระยะเวลาการผ่อนชำระลงมาก็ได้เช่นกัน เจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารยินดีให้ข้อมูลแก่คุณครับ
หากคุณต้องการที่จะรีไฟแนนซ์แล้วไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรล่ะก็ ทางเรามีข้อมูลเบื้องต้น และการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอรีไฟแนนซ์มาแนะนำกันที่นี่ครับ
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมมาจากเว็บไซต์ของธนาคาร และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ของธนาคารผู้ออกสินเชื่อนั้น หรือสอบถามโดยตรงจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารได้ทุกสาขาซึ่งยินดีให้ข้อมูลครับ
Picture Reference: www.juliereber.com
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ Online Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ chetapol@ddproperty.com

รายได้เท่านี้ จะกู้ซื้อบ้านได้ราคาเท่าไร



“ภาระผ่อนหนี้ต่อเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ เพื่อจะได้ไม่มีภาระหนี้ที่สูงเกินไป” – K-Expert
เชื่อว่า หนึ่งในความฝันหรือเป้าหมายทางการเงินของหลายๆ คน ก็คือ การเป็นเจ้าของบ้านสักหลังหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อ ไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนใหญ่ก็สามารถเป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการได้ ทั้งนี้ คนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้านก็อาจเกิดคำถามว่า ตัวเองนั้นจะกู้บ้านผ่านมั้ย หรือได้วงเงินสินเชื่อแค่ไหน ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านสักหลังสามารถประเมินตัวเองเบื้องต้นก่อนกู้ซื้อบ้าน K-Expert จึงมีข้อมูลมาฝากค่ะ
ในการขอสินเชื่อบ้าน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กู้บ้านผ่านหรือไม่ หรือถ้ากู้ผ่าน จะได้วงเงินกู้มากน้อยแค่ไหน ก็คือ “รายได้ของผู้กู้” โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินจะพิจารณาจากความสม่ำเสมอของรายได้ และความสามารถในการผ่อนในแต่ละเดือน ซึ่งความสามารถในการผ่อนนั้น จะดูจากรายได้ และภาระผ่อนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อรถ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด และบางธนาคารนับรวมหนี้บัตรเครดิตที่เราผ่อนจ่ายรายเดือนไว้ด้วยนะคะ โดยทั่วไป ธนาคารจะประเมินว่า ภาระหนี้ต่อเดือนไม่ควรเกิน 40-60% ของรายได้ ซึ่งสัดส่วนตรงนี้ จะขึ้นอยู่กับรายได้ต่อเดือนด้วยค่ะ ยิ่งรายได้สูง ก็สามารถมีสัดส่วนหนี้ต่อเดือนได้สูงค่ะ อย่างไรก็ตาม K-Expert แนะนำว่า ภาระผ่อนหนี้ต่อเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ เพราะถ้ามีสัดส่วนหนี้ต่อเดือนที่สูง อาจสร้างปัญหาการเงินให้ตามมาในอนาคตได้ค่ะ
ยกตัวอย่าง เงินเดือน 30,000 บาท ถ้าธนาคารให้มีภาระผ่อนหนี้แต่ละเดือนไม่เกิน 40% เท่ากับว่าสามารถมีภาระผ่อนหนี้ทั้งหมดเท่ากับ 40% x 30,000 = 12,000 บาท โดยถ้าไม่มีภาระผ่อนหนี้อะไรอยู่เลย ธนาคารจะประเมินว่าสามารถผ่อนบ้านได้สูงสุดเดือนละ 12,000 บาท
ส่วนกู้ได้วงเงินสูงสุดเท่าไร จะต้องดูอีกเรื่องหนึ่งก็คือ “ระยะเวลาผ่อน” ยิ่งเลือกผ่อนนาน ยิ่งมีโอกาสกู้ได้วงเงินสูงมากขึ้น สมมติว่า อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านอยู่ที่ 7.87% ต่อปี ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท และไม่มีภาระหนี้อื่น วงเงินกู้ที่ได้รับตามระยะเวลาผ่อน จะเป็นดังนี้
- ผ่อน 15 ปี ไม่อยากเป็นหนี้นาน จะกู้ได้ประมาณ 1.2 ล้านบาท
- ผ่อน 20 ปี ผ่อนนานขึ้นหน่อย จะกู้ได้ประมาณ 1.3 ล้านบาท
- ผ่อน 30 ปี ผ่อนยาวสุดๆ จะกู้ได้ประมาณ 1.5 ล้านบาท
ถ้าเลือกผ่อนที่ 20 ปี จะกู้ได้ประมาณ 1.3 ล้านบาท แต่ถ้าอยากได้วงเงินกู้ที่สูงกว่านี้ ขอแนะนำ 2 ทางเลือกดังนี้
1. ผ่อนให้นานขึ้น จะช่วยให้ขอวงเงินกู้บ้านได้มากขึ้น
2. หาผู้กู้ร่วม จะทำให้มีความสามารถในการผ่อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าเลือกกู้ร่วมเพื่อให้ได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น ต้องดูว่า เมื่อผ่อนบ้าน เราผ่อนคนเดียว หรือช่วยกันผ่อน ถ้าช่วยกันผ่อน อาจไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ถ้าต้องผ่อนคนเดียว อย่าลืมประเมินดูว่าค่าผ่อนต่อเดือนเกินกำลังความสามารถของตัวเราหรือไม่
นอกจากนี้ เมื่อซื้อบ้าน ก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ค่าบำรุงซ่อมแซม ค่าประกันอัคคีภัย ค่าส่วนกลาง ฯลฯ อย่าลืมเผื่อเอาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นบ้านที่รักของเราจะกลายเป็นภาระในอนาคตได้ ก่อนซื้อบ้านลองคำนวณค่าผ่อนและค่าใช้จ่ายต่างๆ เตรียมไว้นะคะ ติดตามบทความที่เกี่ยวข้องกับการซื้อบ้าน ได้ที่K-Expert
Picture Reference: www.imacsindia.com
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย นิชฌานี ฉันทศาสตร์, CFP® K-Expert ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com

อัพเดตสินเชื่อบ้าน เดือนเมษายน 2559


สำหรับใครที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮาส์หรือคอนโด ก็คงพบเจอบ้านที่ถูกใจกันบ้างแล้ว ก็ได้เวลาของการเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมกับเงื่อนไขและความสามารถทางการเงินของคุณมากที่สุด ครั้งนี้ DDproperty มีข้อมูลสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ ในช่วงเดือนเมษายน 2559 มาอัพเดตให้คุณถึงที่เลยครับ
สำหรับใครที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮาส์หรือคอนโด ก็คงพบเจอบ้านที่ถูกใจกันบ้างแล้ว ก็ได้เวลาของการเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมกับเงื่อนไขและความสามารถทางการเงินของคุณมากที่สุด  ครั้งนี้ DDproperty มีข้อมูลสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ ในช่วงเดือนเมษายน 2559 มาอัพเดตให้คุณถึงที่เลยครับ  โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดของแต่ละธนาคารสามารถแสดงได้ดังตารางสรุปอัตราดอกเบี้ยด้านล่างนี้
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมษายน 2559
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมษายน 2559
สามารถดาวน์โหลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ ของแต่ละธนาคาร และชมรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น อัตราดอกเบี้ยรายปี วงเงินกู้ และข้อมูลอื่นๆ ได้ที่นี่ครับ >>ดาวน์โหลด อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เมษายน 2559<<
นอกจากอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารที่เราได้รวบรวมมาให้แล้ว เรายังมีเทคนิคเบื้องต้นในการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำและวงเงินกู้สูงมาแนะนำด้วยครับ
1. บ้านโครงการใหม่ หากคุณกำลังจะซื้อบ้านโครงการใหม่ หรือบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเป็นการซื้อจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ปัจจุบันหลายบริษัทฯ มีการทำความร่วมมือกับธนาคารเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแก่ลูกค้าของบริษัท ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามสินเชื่อที่ทางโครงการจัดให้ หรือสามารถสอบถามจากทางธนาคารโดยตรงก็ได้ครับว่าโครงการที่สนใจจะซื้อนั้นเป็นโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุนอยู่หรือไม่
2. การซื้อทรัพย์สินธนาคาร NPA ธนาคารที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน NPA นั้นมักจะมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้ให้ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์สินธนาคาร สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเจ้าของทรัพย์ได้ครับ
3. หน่วยงานที่ทำงาน บางธนาคารนั้นมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อพนักงานที่ทำงานในหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะในลักษณะสวัสดิการต่างๆ มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงควรสอบถามแก่ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่ามีสวัสดิการเกี่ยวกับการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไว้กับธนาคารใดหรือไม่ หรือสอบถามเพิ่มเติมกับธนาคารต่างๆ ก็ได้ นอกจากนี้บางธนาคารมีการจัดกลุ่มอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในบางธุรกิจ หรือขนาดบริษัทซึ่งเราทำงานอยู่ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของแต่ละธนาคาร
4. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพพิเศษ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักบินพาณิชย์ ผู้พิพากษา และอัยการ ธนาคารบางแห่งมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้านี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร
5. กลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตร ควรสอบถามหน่วยงานต้นสังกัด หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเหล่านี้ก่อน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ครับ
6. ทำประกัน MRTA การทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อหรือ MRTA พร้อมกับการขอสินเชื่อนั้น ธนาคารมักจะมีส่วนลดอัตราดอกเบี้ยลงเล็กน้อย แต่จะมีเงื่อนไขว่าต้องทำประกันคุ้มครองเป็นสัดส่วนเท่าใดของวงเงินกู้ หรือระยะเวลานานเท่าใด จึงจะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารจะสามารถให้รายละเอียดคุณได้ครับ
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมมาจากเว็บไซต์ของธนาคาร และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของธนาคารผู้ออกสินเชื่อนั้น หรือสอบถามโดยตรงจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารได้ทุกสาขาซึ่งยินดีให้ข้อมูลครับ
Picture Reference: sf.curbed.com
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ Online Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ chetapol@ddproperty.com

สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อประชาชน ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท มีบ้านสมใจ


  สินเชื่อบ้านออมสิน โครงการใหม่ช่วยคนมีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 30,000 บาท ซื้อบ้านได้ดังใจฝัน ยึดเงื่อนไขเดียวกับ สินเชื่อบ้าน ธอส. ตามมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาล

          หลังจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ออกมาตรการผ่อนผันการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2558 ทางธนาคารออมสิน ก็ได้ตอบรับเข้าร่วมโครงการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลด้วยเช่นกัน โดยทุ่มเงิน 10,000 ล้านบาท เปิด "โครงการสินเชื่อบ้านออมสินเพื่อประชาชน" ให้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน มีสิทธิ์ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นเดียวกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ คือ
            ผู้มีสิทธิ์เข้าโครงการจะต้องมีรายได้สุทธิไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน 
            เป็นผู้ที่ต้องการซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดคอนโดมีเนียม 
            ให้กู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท 
            ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี 
            อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ปีที่ 1 ร้อยละ 3.5 ต่อปี, ปีที่ 2 ร้อยละ 4.25 ต่อปี และปีที่ 3 เป็นต้นไป MRR-1 ต่อปี
            ต้องได้รับการอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2559

สำหรับอัตราค่างวดผ่อนต่อเดือนโดยประมาณ เป็นดังนี้
 สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อประชาชน ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท มีบ้านสมใจ

          ผู้ที่สนใจขอสินเชื่อ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน, ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ, ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน Call Center โทร. 1115 หรือ MyMo Call Center โทร. 1143
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ธนาคารออมสินรัฐบาลไทย

อัพเดตสินเชื่อบ้าน ครึ่งปีแรก 2559


78
สำหรับใครที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮาส์หรือคอนโด ก็คงพบเจอบ้านที่ถูกใจกันบ้างแล้ว ก็ได้เวลาของการเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมกับเงื่อนไขและความสามารถทางการเงินของคุณมากที่สุด ครั้งนี้ DDproperty มีข้อมูลสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ ในช่วงครึ่งปีแรก 2559 มาอัพเดตให้คุณถึงที่เลยครับ
Homeloan Interest H1 2016_01Homeloan Interest H1 2016_02Homeloan Interest H1 2016_03Homeloan Interest H1 2016_04Homeloan Interest H1 2016_05Homeloan Interest H1 2016_06Homeloan Interest H1 2016_07Homeloan Interest H1 2016_08Homeloan Interest H1 2016_09Homeloan Interest H1 2016_10Homeloan Interest H1 2016_11
นอกจากอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารที่เราได้รวบรวมมาให้แล้ว  เรายังมีเทคนิคเบื้องต้นในการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำและวงเงินกู้สูงมาแนะนำด้วยครับ
1. บ้านโครงการใหม่ หากคุณกำลังจะซื้อบ้านโครงการใหม่ หรือบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเป็นการซื้อจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ปัจจุบันหลายบริษัทฯ มีการทำความร่วมมือกับธนาคารเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแก่ลูกค้าของบริษัท ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามสินเชื่อที่ทางโครงการจัดให้ หรือสามารถสอบถามจากทางธนาคารโดยตรงก็ได้ครับว่าโครงการที่สนใจจะซื้อนั้นเป็นโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุนอยู่หรือไม่
2. การซื้อทรัพย์สินธนาคาร NPA ธนาคารที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน NPA นั้นมักจะมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้ให้ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์สินธนาคาร สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเจ้าของทรัพย์ได้ครับ
3. หน่วยงานที่ทำงาน บางธนาคารนั้นมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อพนักงานที่ทำงานในหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะในลักษณะสวัสดิการต่างๆ มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงควรสอบถามแก่ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่ามีสวัสดิการเกี่ยวกับการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไว้กับธนาคารใดหรือไม่ หรือสอบถามเพิ่มเติมกับธนาคารต่างๆ ก็ได้ นอกจากนี้บางธนาคารมีการจัดกลุ่มอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในบางธุรกิจ หรือขนาดบริษัทซึ่งเราทำงานอยู่ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของแต่ละธนาคาร
4. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพพิเศษ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักบินพาณิชย์ ผู้พิพากษา และอัยการ ธนาคารบางแห่งมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้านี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร
5. กลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตร ควรสอบถามหน่วยงานต้นสังกัด หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเหล่านี้ก่อน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ครับ
6. ทำประกัน MRTA การทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อหรือ MRTA พร้อมกับการขอสินเชื่อนั้น ธนาคารมักจะมีส่วนลดอัตราดอกเบี้ยลงเล็กน้อย แต่จะมีเงื่อนไขว่าต้องทำประกันคุ้มครองเป็นสัดส่วนเท่าใดของวงเงินกู้ หรือระยะเวลานานเท่าใด จึงจะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารจะสามารถให้รายละเอียดคุณได้ครับ
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมมาจากเว็บไซต์ของธนาคาร และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของธนาคารผู้ออกสินเชื่อนั้น หรือสอบถามโดยตรงจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารได้ทุกสาขาซึ่งยินดีให้ข้อมูลครับ
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ Online Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ chetapol@ddproperty.com

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

                             ทำธุรกิจอะไรดี..บนที่ดินว่าง


เราไม่ได้อาศัยใกล้ที่แห่งนั้น และไม่มีเวลาดูแล  ..ธุรกิจห้องเช่า หรือสร้างอาคาร/โกดังให้เช่า ไม่ควรเลือกเป็นข้อแรกนะครับ เหตุผลคือ... ถ้าไม่อยากลงทุนมากหรือยังไม่พร้อม ไม่อยากปวดหัวกับการดูแลห้องเช่า/อาคารให้เช่า ไม่ต้องเสี่ยงกับการคืนทุน ลองพิจารณา แนวคิดนี้ดูสักนิด..เผื่อท่านอาจจะชอบ
1.ให้เช่าที่ดิน ผมถามเพื่อนกลับไปว่า "ที่ที่ว่าจะทำโกดังให้เช่า ผู้คนสัญจรผ่านไปมาเยอะไหม.. ถ้าเยอะนะ..ไม่ต้องทำอะไรเลย..ขึ้นป้ายให้เช่าที่ดินเลย..ไม่ต้องไปลงทุน" 
ทำเล ที่ดี..ไม่ได้หมายความว่า  จะทำห้องเช่าหรืออาคารให้เช่า เป็นดีที่สุด  ในความคิดส่วนตัวของผม คือ ให้พ่อค้านักธุรกิจ เช่าลงทุนในที่นั้นครับ พวกเขาจะรู้เองว่า ที่ตรงนั้นควรทำอะไร?  เช่น ห้างสรรพสินค้า  มินิมาร์ท  ตลาดนัด สวนอาหาร ปั๊มแก็ส  ร้านวัสดุก่อสร้าง  หรืออะไรก็ได้ที่เป็นธุรกิจทำยอดขายเยอะ .. เมื่อคิดและคำนวนถี่ถ้วนแล้วว่า..ให้เช่าดีกว่า ลงทุนทำเอง  ก็ควรขึ้นป้ายเลยว่า  “ให้เช่าที่ดิน”  อ้อ..ถ้าที่ดินรก หรือ ยังไม่ได้ถมที่ก็ควรแต่งให้ดูน่าสนใจด้วยนะครับ

การให้เช่าที่ดินเปล่า..แม้จะทำให้คุณไม่มีพันธะใดๆอันเกี่ยวกับการดูแลและการลงทุน  แต่ข้อควรระวังคือ เลือกผู้เช่าสักนิด เลือกธุรกิจสักหน่อย ที่ดูแล้วมีศักยภาพที่จะจ่ายค่าเช่าได้แบบไม่ต้องทวงถามหรือมาขอลดราคาเพราะทำธุรกิจไม่รอด.. และควรเป็นธุรกิจที่ไม่สร้างมลภาวะทางกลิ่น- เสียง อันส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยใกล้เคียงเพราะอาจจะถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ได้.. 

ระยะเวลาการใช้เช่า ทำสัญญาอย่างน้อย 3ปี และต่อสัญญาได้อีก (แล้วแต่ข้อตกลง)

2.สร้างอาคารพาณิชย์ขาย หรือสร้างทาวน์เฮ้าส์ขาย  เป็นอีกทางเลือก เปรียบเทียบกับการให้เช่าที่ดินเปล่า และเปรียบเทียบกับการสร้างห้องเช่า หรือสร้างอาคารให้เช่า 
ข้อมูลการสร้างอาคารพาณิชย์ต้องดูที่แบบขออนุญาตสร้างอาคาร และราคาตลาดอาคารพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียง  
คำนวณกำไรจากราคาขายง่ายๆ โดยประมาณ คือ ราคาขาย –(ค่าที่ดิน+ค่าก่อสร้าง+เงินกู้+ภาษีรายได้ )
 =กำไร
สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะขายได้หมดเมื่อไหร่? นี่คือ จุดเสี่ยง ที่แลกกับคำว่า กำไร?
เมื่อคุณได้เงินแล้ว..จะเอาไปทำอะไร? ..  

“ ผมไม่อยากให้คุณเอาเงินไปดองมากเกินความจำเป็น”
“การแบ่งเงินส่วนหนึ่งเพื่อสร้างงาน ..คือ การแบ่งปันอย่างมีคุณค่าให้กับสังคม”

3.สร้างรางวัลให้กับตนเอง ใช้พื้นที่ดินที่ว่างนั้นให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเองและสังคม ด้วยการสร้างสถานที่พักผ่อนผสมผสานกับธุรกิจที่ตนชอบ เช่น รีสอร์ท สวนพักผ่อน ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สำนักงานให้เช่า...ฯลฯ.สถานที่ว่านั้นหากอยู่ติดแม่น้ำ ริมคลอง หรือทิวทัศน์ที่สวย และอยู่ใกล้แหล่งชุมชน 
ในย่านธุรกิจ อยู่ในเมืองที่โตแล้ว ทางเข้าออกสะดวก หน้ากว้างของพื้นที่อย่างน้อย 20เมตรขึนไป หากท่านมีที่ดินดังที่กล่าวมานี้ และอยากจะทำสิ่งที่ดีๆให้กับตนเอง โดยไม่ได้มีเป้าหมายไปที่การแสวงหากำไร แต่กลับทำกำไรได้อย่างสบายๆ..  เพราะความสำเร็จไม่เลือกอายุ