วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

" ระวังอย่าเปิดบ้านให้ผู้ซื้อเข้าดูตอนเผลอ !"

ระวังอย่าเปิดบ้านให้ผู้ซื้อเข้าดูตอนเผลอ !"
บทความโดย คุณวิวัฒน์ ผุงประเสริฐ
    
    
                                เขาว่ากันว่าอาชีพนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์เหมือนจับเสือมือเปล่า  เห็นท่าจะจริง  เพราะหลายครั้งที่พวกเราต้องถูกเสือตะปบ เนื่องจากคิดว่าที่เห็นนอนเซื่องอยู่ตรงนั้นเป็นแมว จึงเข้าไปหาด้วยมือเปล่าโดยไม่มีเครื่องป้องกัน ก็เลยต้องเจ็บตัว  ฉะนั้น จับเสือมือเปล่าในความหมายของเราคือ ในการทำงาน อาจต้องมีความเสี่ยงต่ออันตรายโดยไม่รู้ตัว  อาชีพนี้ บางครั้งก็มีเรื่องต้องเฉี่ยวคุกตะราง ดังเรื่องที่เกิดขึ้นกับนายหน้าคนนี้ครับ
                                เรื่องมีอยู่ว่า คุณประพันธ์   ต้องการจะขายบ้านของตนเอง  จึงติดต่อบริษัทนายหน้ารายหนึ่งให้เข้ามาทำตลาดให้  บริษัทจึงส่งพนักงานมือดีชื่อสมยศเข้าไปดูแลรับผิดชอบการขาย  หลังจากที่ทำการตลาดในหลายๆ ช่องทาง ซึ่งรวมถึงการขึ้นป้ายหน้าบ้านด้วย ก็มีผู้สนใจสอบถามข้อมูลเข้ามาเป็นระยะๆ 
                                เช้าตรู่ของวันหยุดวันหนึ่ง สมยศได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง แจ้งว่าชื่อวันชัย สนใจบ้านหลังนี้ และขณะนี้กำลังอยู่บริเวณหน้าบ้าน อยากจะขอเข้าไปชมภายในซักหน่อย  สมยศยังไม่ทันได้ตั้งตัว เนื่องจากเป็นช่วงเช้าของวันหยุด จึงบอกไปว่าขอเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง จะรีบบึ่งรถไปพบเพื่อพาเข้าเยี่ยมชมภายในบ้าน  แต่คุณวันชัยตอบกลับมาว่าจะรีบไปธุระต่อ เกรงว่าจะไม่ทัน อยากจะขอดูภายในเพียงหน่อยเดียวเท่านั้น เพื่อเปรียบเทียบกับบ้านอีกหลังหนึ่งที่กำลังจะตกลงซื้อ  หากหลังนี้ถูกใจ ก็จะซื้อหลังนี้แทน  จึงอยากให้สมยศโทรแจ้งเจ้าของบ้านว่ากำลังส่งลูกค้ามาดูบ้าน ขอให้เปิดบ้านให้เข้าชมด้วย  มาไม้นี้ ใครละจะยอมปล่อยให้หลุดไปได้ง่ายๆ   สมยศจึงจำใจโทรแจ้งเจ้าของบ้านทันทีเพื่อขอให้ช่วยเปิดบ้านให้คุณวันชัยเข้าชม
                                เพียง 10 นาทีให้หลัง สมยศก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณประพันธ์เจ้าของบ้าน โดยแจ้งว่าเงินสด 7,000บาท ที่วางไว้หน้าโต๊ะในห้องนอนหายไป หลังจากลูกค้าเข้ามาดูบ้าน สงสัยว่านายคนนี้จะเป็นคนคว้าไป  เอาละซี ลูกค้าแปลงโฉมเป็นโจรไปแล้วหรือนี่  เมื่อสมยศย้ำว่าแน่ใจหรือว่าเงินหายไป ก็ได้รับการยืนยันว่าหายไปแน่นอน  สมยศจึงโทรตามนายวันชัยพร้อมแจ้งเรื่องเงินที่หาย และขอให้ช่วยกลับไปที่บ้านเพื่อเคลียร์ความบริสุทธ์ ซึ่งนายวันชัยก็รับปากว่าจะไป  สมยศจึงไปที่บ้านดังกล่าวนั่งรอนายวันชัยพร้อมกับเจ้าของบ้าน  รออยู่นานก็ยังไม่มา  ช่วงต้นยังพอติดต่อนายวันชัยได้ แค่อ้างว่ายังติดธุระอยู่  หลังจากนั้น ได้ปิดโทรศัพท์เงียบหายจ้อยไปเลย
                                เมื่อมั่นใจว่าโดนเข้าแล้วแน่ๆ  สมยศจึงแนะนำให้คุณประพันธ์ไปแจ้งความต่อตำรวจโดยอาสาไปเป็นเพื่อนด้วย  หลังจากที่ผู้หมวดรับแจ้งความพร้อมสอบสวนเสร็จแล้ว ก็ตั้งข้อสังเกตุว่า สมยศอาจมีส่วนรู้เห็นด้วย โดยจะขอเชิญเข้าห้องสอบสวน  อ้าว! ไหงเป็นงั้นไปได้ละผู้หมวดจ๋า  กว่าจะช่วยกันอธิบายถึงระบบการทำงานของนายหน้าให้ผู้หมวดท่านได้เข้าใจ และเชื่อว่าไม่มีส่วนร่วมด้วย ก็เล่นกันเหงื่อตก  เกือบไปแล้วไหมล่ะนายสมยศ
                                เรื่องนี้ ได้ข้อสรุปกันว่า คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่นายวันชัยมาเจอเงินสดวางอยู่แล้วคว้าไป  แต่น่าจะเป็นมืออาชีพที่ทำมาแล้วหลายครั้ง โดยจ้องหาเฉพาะบ้านที่ติดป้ายประกาศขาย ซึ่งเจ้าของจะยอมให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน  และจะเลือกปฏิบัติการในช่วงเช้าตรู่ของวันหยุด  เพราะรู้ว่านายหน้าคงไม่พร้อมที่จะออกมาพบในทันที  อีกทั้งเจ้าของบ้านก็เพิ่งตื่นนอน และจะวางทรัพย์สินไว้ไม่เป็นระเบียบ  ทำให้ง่ายต่อการหยิบฉวยในจังหวะที่เผลอโดยอาศัยความเร็วและความชำนาญ 
                                เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจจะเกิดจากคราวเคราะห์หรือเผลอไผล  แต่สำหรับเงิน 7,000บาทนั้น น้อยมาก เมื่อเทียบกับบทเรียบที่ได้รับไว้ให้จดจำ  ซึ่งต่อไปในภายภาคหน้า คุณประพันธ์อาจจะมีโอกาสได้ปกป้องทรัพย์สินมูลค่านับล้านๆ บาท จากบทเรียบครั้งนี้ก็ได้   และสำหรับสมยศ ก็คงจะเข้าถึงสัจจะธรรมที่ว่า  การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดจะเป็นเกราะป้องกันจากภยันตรายทั้งปวง  เค้าว่าเราจับเสือมื่อเปล่านี่  แล้วรอดมาได้ยังไงเนี่ย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
เบอร์โทร
ความคิดเห็น